Saturday, February 23, 2008

ขัง

หลังกลับมาจากบ้านยายบ่ายวานนี้ ลูกคิดก็ยังไม่ยอมหลับ(ห่วงจะเล่น) แม่บอกว่าลูกคิดตัวรุมๆ เหมือนจะมีไข้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อน ให้กินยาลดไข้ดักไว้แล้ว แต่ลูกคิดมาหลับเอาตอนเย็นมากแล้ว ที่ชั้นล่าง คราวนี้พอแม่ไปตลาดเลยจำเป็นต้องล็อกประตูไม้ แทนที่จะล็อกเฉพาะประตูเหล็กดัด เหมือนทุกครั้งลูกคิดหลับอยู่ห้องนอนชั้นบน

วันนี้แม่ไปตลาดนัดนานมาก เพราะเห็นว่าลูกเพิ่งหลับไปแป๊บเดียว คงยังไม่ตื่นเร็วนัก ชั่วโมงกว่าเกือบสองชั่วโมง ลูกคิดตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์ยาย ยายถามว่าแม่ไปไหนลูกคิดก็ไม่รู้ ลูกคิดร้องไห้ ยายบอกให้ลูกคิดเปิดทีวีดูไปก่อน เดี๋ยวแม่ก็มา หลังจากวางสายกับยาย สักพักแม่ก็ยังไม่มาอีก ลูกคิดพยายามไปเปิดกลอนประตู ยังไงก็เปิดไม่ออก -- พักใหญ่ๆ แม่กลับมา แม่ไขกุญแจสายยู กุญแจลูกบิด แล้วทำไมยังเปิดประตูไม่ออก แม่บอกว่าลูกคิดล็อกกลอนจากข้างใน "แงๆๆ แม่ขังลูกคิด แม่ขังลูกคิดทำไมคะ"

หลังจากแม่พยายามเรียกสติลูกคิด เพื่อให้เปิดกลอนประตูอยู่นานกว่าสิบนาที เหนื่อยกันไปทั้งคู่ แม่เลยส่งอาหารเป็นน่องไก่เล็กทอดลอดเหล็กดัด ให้ลูกคิดทางหน้าต่าง เพื่อปลอบประโลมและบรรเทาความตกใจ เรียกขวัญ ระหว่างนั้นแม่โทรบอกพ่อ ซึ่งกำลังเดินทางกลับบ้าน พ่อบอกถ้าจะทุบกระจก(ตามที่แม่เสนอ) ยังไงก็ให้รอพ่อกลับถึงบ้านก่อน ไม่จำเป็นอย่าทำ เพราะยังไงลูกคิดก็อยู่ในบ้าน ไม่ได้อันตรายอะไร ให้แม่คอยคุยเป็นเพื่อนลูกไว้ก่อน

จากนั้น สักครู่แม่บอกให้ลูกคิดลองพยายามอีกครั้ง แต่ลองเท่าไหร่ก็ยังไม่ได้ซักที "ฮือๆๆ ลูกคิดทำไม่ได้ ลูกคิดทำไม่ไหว" ลุงจุ๋ยเพื่อนบ้าน ช่วยลองนำประแจมาพยายามถอดเหล็กดัดหน้าต่าง แต่ก็ไม่สามารถ ทางฝั่งป้ากุ้งกับป้ากระแตนั่งคุยกันอยู่ ได้ยินเสียง ก็แวะเข้ามาดู ได้ป้ากุ้งนี่แหละมาบอกให้ลูกคิดพยายาม แป๊บเดียวเท่านั้นเอง ลูกคิดก็เปิดกลอนออกได้ แม่ว่า "รู้อย่างนี้ให้ป้ากุ้งมาช่วยตั้งนานแล้ว"

พ่อบอกว่า คงเป็นเพราะพอลูกคิดเห็นหน้าแม่ ก็มีแต่คำถามว่า ทำไมแม่ต้องขัง แล้วทิ้งหนูไว้คนเดียวด้วย เลยทำให้ไม่มีสมาธิ เปิดกลอนประตูไม่สำเร็จ

ก่อนจาก "โศรยา" ;-) ขออนุญาตฮัมเพลงโปรด ซึ่งเข้ากับบรรยากาศของเหตุการณ์

"กักขังฉันเถิด กักขังไป ขังตัว อย่าขังหัวใจดีกว่า"

ภาพประกอบ: http://www.seclub.com/

Friday, February 22, 2008

เลิกพูดเรื่องโรงเรียน

วันนี้ลูกคิดกับแม่มีคิวจะไปหายายและยายต๋อย หลังจากตื่นเช้ามาลูกคิดก็อิดออด นอนเล่นบิดไปบิดมาเหมือนเดิม แม่เรียกก็ไม่ยอมลุก จนแม่ต้องอุ้มขี่หลังลงไปข้างล่าง -- อิอิอิ เป็นเรื่องปกติเช่นทุกวันของลูกคิดอ่ะค่ะ

แม่น้ำ: ลูกคิดจ๋า นี่จะสิ้นเดือนกุมภาแล้วนะ เหลือเดือนมีนาอีกเดือนเดียว ลูกคิดก็จะต้องไปโรงเรียนแล้ว
ลูกคิด: เวลาลูกคิดไปโรงเรียน แม่ก็ร้องไห้รอลูกคิดอยู่ที่บ้าน แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวตอนเย็นลูกคิดก็กลับมาหาแม่

แม่น้ำ: จะไปโรงเรียนแล้ว ต้องไม่มัวโอ้เอ้ ตื่นขึ้นมาแล้ว ต้องรีบลุก เข้าห้องน้ำ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน รู้มั้ยคะ
ลูกคิด: ลูกคิดว่าเราพูดเรื่องอื่นดีกว่าค่ะ เลิกพูดเรื่องโรงเรียน เพราะพูดแล้วมีแต่เรื่องเสียใจ ร้องไห้
แม่น้ำ: !@#$%

Sunday, February 17, 2008

นาทีชีวิต ลูกคิดจมน้ำ

พ่อรับปากลูกคิดตั้งแต่เมื่อวานว่า วันนี้จะพาลูกคิดไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำในหมู่บ้านมณีรินทร์ หลังจาก(พ่อ)ห่างเหินมานาน ตอนบ่ายโมงครึ่งฝนลงเม็ดหนักและนานพอควร นึกว่าจะอดไปซะแล้ว โชคดีว่าบ่ายสามกว่าฟ้าใส แสงแดดมาอ่อนๆ อากาศดีมากเลยค่ะ แต่ก็ไม่วายเสียเวลาหากางเกงว่ายน้ำของพ่อ และห่วงลมยางของลูกคิดอีกเป็นชั่วโมง -- สุดท้ายก็เจอแค่กางเกงของพ่อ ห่วงลมยางก็มีแต่อันใหญ่ของเด็กโต

พวกเราไปด้วยกันพ่อแม่ลูก กับครอบครัวต้นหม่อนพ่อแม่ลูกเหมือนกัน บวกพี่แป้งไปอีกหนึ่งคน คราวนี้ให้พ่อๆ ลงเล่นน้ำกับลูก โดยแม่ๆ นั่งรอขอบสระ เรื่องกระโดดน้ำ กินน้ำหลายอึก ที่บางแสนลูกคิดเคยมาแล้ว ไม่กลัวซักนิด โดดตูมๆ วันนี้ก็เหมือนกัน กระโดดโชว์ต้นหม่อนไป 3-4 รอบ สบายมาก

เห็นแม่กับป้าหมวยนั่งคุยกันอยู่ข้างสระออกรส ลูกคิดเลยปีนขึ้นไปขอแจมบ้าง ระหว่างนั้นพี่แป้งจะมายืมห่วงลมยางลูกคิดไปเล่น ด้วยความเป็นคนหวงของ กรี๊ดสุดใจ ยังไงก็ไม่ยอม ไปละ ลูกคิดสอดตัวเข้าห่วงลมยางได้ เดินออกไปอาดๆ ด้วยความห้าวกระโดดน้ำตู้ม โดยพ่ออยู่ปลายสระโน่น ลุงวันชัยกับต้นหม่อนอยู่อีกฟากสระนู่น พี่แป้งอยู่ไหนลูกคิดไม่เห็น

ด้วยความที่ห่วงลมยางมันหลวม พอกระโดดลงไป น้ำหนักตัวลูกคิดกดลงไปที่ข้างเดียว ทำให้ห่วงพลิกคว่ำ ตัวลูกคิดหลุดออกจากห่วง แล้วหนำซ้ำตรงที่กระโดด น้ำลึก 2.50 ม. -- เป็นยังไงเหรอคะ หน้าคะมำจมลงไปในน้ำ ก้นชี้ฟ้า พยายามทะลึ่งตัวขึ้นสุดฤทธิ์ แม่หันมาเห็นร้องเสียงหลง กระโดดตาม ตู้มลงสระมาทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น แต่ตอนนั้นแม่คงไม่กลัว และไม่คิดห่วงอะไรอีกแล้ว -- พ่อหนอพ่ออยู่ไกลเหตุการณ์ มองไม่เห็นอะไรเลย ได้ยินแต่เสียงร้องหลงของแม่ โชคดีมีคุณอาคนหนึ่งเล่นน้ำกับลูกอยู่ใกล้ๆ มาช่วยดึงตัวแม่ขึ้นจากน้ำ ผลักเข้าหาขอบสระได้ รอดตายทั้งแม่ทั้งลูก -- ลูกคิดจะไม่ลืมพระคุณเลยค่ะ _/\_

หลังเหตุการณ์ ลูกคิดขึ้นมานั่งกินขนมพักใหญ่ ร้องจะกินฮานามิ จนป้าหมวยต้องเดินออกไปซื้อมาเอาใจ สักพักลูกคิดยอมลงเล่นน้ำในสระได้อีก แต่ไม่กล้ากระโดดแล้วค่ะ และก็ต้องอยู่ใกล้ๆ พ่อตลอดเวลาด้วย -- กลับมาบ้านพ่อถามว่า ลูกคิดจะกระโดดอีกมั้ย ลูกคิดได้แต่ยิ้มและพยักหน้าหงึกๆ

ป้าหมวยเล่าบรรายากาศของเหตุการณ์ พอขำขำว่า จริงๆ ลูกคิดก็กำลังทะลึ่งตัวตีขาขึ้นมา ด้วยสัญชาตญาณเอาชีวิตรอดได้อยู่ แต่พอแม่กระโดดลงไปก็พากันจมดิ่งลงอีกหนึ่งรอบ ก่อนที่จะมีคนมาช่วย ฝ่ายแม่ก็เล่าว่า ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกินน้ำไปกี่อึก พยายามอย่างเดียวจะดันก้นลูกคิดขึ้นมาจากน้ำให้ได้เท่านั้นเอง

พ่อบอกว่าไม่น่าแปลกใจหรอกค่ะ ที่แม่กระโดดน้ำลงไปช่วยลูกคิด โดยไม่ได้กลัวอะไรเลยในตอนนั้น ทั้งที่ตัวแม่เองก็ว่ายน้ำไม่เป็น เพราะอะไรหรือคะ ก็เพราะแม่น้ำคือคนที่รักและเป็นห่วงลูกคิดมากที่สุดนั่นเอง -- ลูกคิดก็รักแม่น้ำมากที่สุดเหมือนกัน ภูมิใจที่เกิดมาเป็นลูกแม่ค่ะ

ภาพประกอบ: http://www.istockphoto.com

Taking Photos 2

การถ่ายภาพเป็นเรื่องของทักษะ พ่อกับแม่เลยยอมให้ลูกคิด หยิบกล้องออกมาถ่ายภาพเล่นได้ แต่ต้องอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ ช่วงนี้พ่อกับแม่บอกว่า แค่จัดองค์ประกอบ และไม่เอานิ้วมาบังหน้าเลนส์ให้ได้ ก็เก่งแล้วค่ะ :-)




บ้านลูกคิดเองค่ะ

ขอเชิญร่วมติชม ผลงาน ของลูกคิดได้เต็มที่นะคะ

Monday, February 11, 2008

Taking Photos

สำหรับเรื่องการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล ไม่ใช่ว่าลูกคิดจะไม่เคยมาก่อน เพียงแต่ที่ผ่านๆ มา มีโอกาสถ่ายเพียงแค่ภาพสองภาพ พ่อก็ไม่ยอมให้ถ่ายต่อแล้ว เนื่องจากเป็นห่วงสุขภาพของกล้อง 555

ไปเที่ยวบางแสนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วถือเป็นโอกาสทอง เพราะพ่อติดงาน ติดประชุม ไปด้วยกันกับแม่และลูกคิดไม่ได้ เชื่อมั้ยคะว่า ลูกคิดกดชัตเตอร์ไปเกือบ 400 ครั้ง -- แต่อย่าถามเลยค่ะว่า ผลงานเป็นยังไงบ้าง "นับไม่ถ้วน" ที่นับไม่ถ้วนคือ ภาพที่ใช้ไม่ได้ (พ่อแม่ตัดสิน)

เราไปพักกันที่ Laplaya เป็นอาคารห้องพักเปิดใหม่ ของพี่สาวตาศักดิ์ แฟนของยายต่าย น้องสาวของยาย ใครผ่านไป แวะเวียนเข้าไปใช้บริการได้นะคะ จากถนนทางเข้าหาดบางแสน เมื่อไปสุดทางแล้วเลี้ยวซ้ายไปนิดเดียวก็ถึงค่ะ

นี่เป็นผลงานเพียงภาพเดียวของลูกคิดที่แม่บอกว่า "เออ! น่ารักดี"



ปล. มีคลิปวีดีโอ ลูกคิดว่ายน้ำในสระ ที่ Laplaya ด้วยนะคะ

Sunday, February 03, 2008

วีรกรรม..ขับรถ

เมื่อวานนี้ มีประกาศว่าจะดับกระแสไฟฟ้าในซอยท่าอิฐ ตั้งแต่เช้าถึงเย็น แม่เลยพาลูกคิดไปอยู่ที่บ้านยาย แล้วก็เหมือนทุกครั้งที่มาบ้านยาย (แม่ว่าอย่างนั้น) ลูกคิดจะกลายเป็นเด็กที่ดื้อมากสำหรับแม่ เตือนหรือห้ามอะไรจะไม่ฟัง สิ่งไหนที่เคยรับปากไว้ว่าจะไม่ ก็ทำหมด เช่น ทานน้ำอัดลม แกะขนมที่ยายขาย แต่ทานบ้างทิ้งบ้าง (บ้านยายเป็นร้านขายของชำ ที่เค้าเรียกกันว่า ร้านโชห่วยน่ะค่ะ) -- ทำยังไงได้ละคะ ก็ยายอนุญาตลูกคิดแล้วอ่ะ

ช่วงบ่าย ยายต๋อย (พี่สาวของยาย) เกิดไม่สบายกระทันหัน ความดันขึ้นสูง แกไม่ยอมรอใคร ยายว่าจะเอารถถอยออกจากที่ฝากจอดไว้ในบ้านคนอื่น เพื่อพาไปหาหมอ ยายต๋อยก็เรียกรถตุ๊กๆ ให้ไปส่งซะก่อนแล้ว แถมไปคนเดียวอีกต่างหาก ยายกับแม่รีบปิดร้านกันวุ่นเชียว เพื่อจะขับรถตามแกไป

หลังจากที่ยายเดินไปสตาร์ทรถซึ่งยังจอดอยู่ในบ้านคนอื่นนั้น ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมใบอนุญาตขับขี่ ยายเดินกลับเข้าไปหยิบในบ้าน ส่วนแม่ก็กำลังเก็บข้าวของอยู่ ลูกคิดแอบย่องขึ้นไปบนรถยาย นั่งตรงที่นั่งคนขับ หมุนพวงมาลัย เข้าเกียร์ กดปุ่มนั่นปุ่มนี่มั่วไปหมด โดยที่ไม่มีใครเห็น แต่ยังไม่ได้เหยียบคั่นเร่ง

พอยายกับแม่มาเห็นเข้าเท่านั้นแหละค่ะ ยายตกใจมาก กลัวว่าลูกคิดจะขับรถพุ่งชนบ้านเค้าพัง ส่วนแม่น้ำควันแทบจะออกหู หน้าแดงกล่ำ (ไม่เล่าต่อแล้วนะคะ สยอง) -- แต่เอ! ลูกคิดทำอะไรผิดหรือคะเนี่ย

ภาพประกอบ: http://www.deniko.com