Wednesday, January 30, 2008

พ่อไม่มี...ก็เป็นคนดีได้

เป็นเรียงความเรื่อง 'พ่อ' ที่ชนะเลิศการประกวดระดับ ม.ปลาย ของพี่เกศรา พันผูก ซึ่งพ่อคงอยากเก็บไว้ในห้ลูกคิดอ่านน่ะค่ะ เลยนำมาแปะไว้ที่นี่

พ่อไม่มี...ก็เป็นคนดีได้

คอลัมน์ ความเรียงเรื่อง พ่อ

ทุกสายตอบรับ รอยยิ้มที่แสนสดใสของฉันคงประทับใจ ความรู้สึกฉันเหมือนกับนางอัปสรที่กำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า หรือวิหคน้อยๆ ที่กำลังผกผินอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆที่เบาบาง ในความอ่อนช้อยความงดงามอร่ามตา ท่ามกลางเสียงดนตรีและเพลงร้องที่ประสานเสียงกันอย่างลงตัว เสียงนี้คงแว่วลอยไปไกลแสนไกล... ทรงธรรมทศพิธ ราชกิจประเพณี...ปกป้องประชาชี 60 ปีที่ผ่านมา...

นอกจากจะมีบทบาทเป็นนักเรียนคนหนึ่งของโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูลแห่งนี้แล้ว ยังมีบทบาทหนึ่งที่สำคัญสำหรับฉันคือ เป็นนักเต้นที่เรียกกันว่า แดนเซอร์ แถมยังเป็นตัวแบบในการออกท่าทางเสียด้วย แต่ความแปลกใจก็คงหมดไปเมื่อทุกคนรู้จักฉัน จะทำอย่างไรได้ล่ะคะ...ก็ตั้งแต่ลืมตาดูโลกฉันก็เกิดมาเป็นลูกหลานศิลปินเป็นลูกสาวตาโผ๋เจ้าของวงแดนเซอร์ซะแล้วค่ะ และด้วยชีวิตที่โลดแล่นลุ่มหลงเพลิดเพลินไปกับไฟแสงสีตามแบบฉบับของศิลปินส่วนใหญ่ จึงทำให้ชีวิตฉันขาดพ่อ มีแต่แม่เพียงผู้เดียว

ไม่มีผู้ชายคนไหนที่ให้เรียกว่า พ่อ ฉันเองก็ไม่เคยเรียกร้องกับใครๆ ไม่มีพ่อก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอันใด คำว่าพ่อสัมผัสได้อยู่ในใจที่อบอุ่นของฉันเสมอ แม่สอนให้ฉันมีความรู้สึกที่ดีๆ ต่อพ่อตลอดเสมอมา แม่ดูแลฉันเป็นอย่างดีให้ความรักให้การศึกษา ฉันจึงสำนึกอยู่เสมอว่าชีวิตที่สวยงามของฉันวันนี้จะมีไม่ได้ ถ้าไม่มีพ่อที่สร้างฉันขึ้นมา เท่านี้ฉันก็ภาคภูมิใจเสียเหลือเกินแล้วค่ะ ฉันจึงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ฉันรักพ่อค่ะ... และวันนี้นักเต้นแดนเซอร์อย่างฉันก็สามารถวาดลีลาท่าทางที่มีความหมายต่อคำว่า พ่อ ชุดสวยสีทองยาวกรุยกราย หมุนไปมาตามจังหวะลีลาของเพลง ทุกคนที่มาชมต่างตื่นตะลึง ถึงความยิ่งใหญ่อลังการขอคำร้อง ท่วงทำนองเพลง...ที่ทีมงานของฉันกำลังโชว์ลีลาด้วยเพลง ถวายราชสดุดี ของนักร้องที่ชื่อว่า ชินกร ไกรลาศ และเหตุนี้นี่เอง ที่บางครั้งฉันจะถูกเรียกว่า นักเรียนบ้าง นักร้องบ้าง นักเต้นบ้าง แต่...ฉันก็ภูมิใจกับชีวิตที่พ่อให้มา

ถึงแม้นฉันจะไม่มีพ่อเหมือนเพื่อนคนอื่น แต่ฉันก็สามารถรักพ่อได้ด้วยหัวใจและทำดีเพื่อพ่อได้ฉันไม่เคยเรียกร้องหา พ่อ หรือทำตัวให้เป็นเด็กมีปัญหาหรือเรียกร้องความสนใจใดๆ ชีวิตประจำวันไม่ว่าจะคิด จะทำ จะพูดจากอะไรก็ตาม ฉันจะพยายามทำสิ่งที่ดีๆ ต่อแม่เป็นทวีคูณ ก็ฉันเผื่อพ่อด้วยไงคะ การทำให้แม่สบายใจ ก็รู้สึกได้ว่าตอบแทนพระคุณพ่อด้วยเหมือนกัน โดยไม่ต้องทำตัวเป็นปัญหาสังคมอย่างเด็กส่วนใหญ่ที่เห็นในสมัยนี้ ชีวิตฉันแม้นบางครั้งออกจะเสี่ยง แต่ฉันจะพยายามตั้งใจ มุ่งมั่นฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงเพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางให้ได้เหมือนดังที่ฝันไว้ อนาคตฉันอยากเป็นสาวสวยอยู่บนเครื่องบินที่เรียกว่า แอร์โฮสเตส ซึ่งฉันจะต้องทำให้ได้ ไม่ให้ฝันค้างเหมือนกับชีวิตศิลปินที่เพียงวาดลวดลายอยู่แต่บนเวทีให้คนดูอยู่ร่ำไปอย่างเช่นทุกวันนี้

ฉันยกมือไหว้ตอบรับเสียงปรบมือที่แสดงความชื่นชอบเมื่อการแสดงจบลง เสียงนั้นยังดังก้องเข้ามาในโสตประสาทเป็นระยะ ฉันยิ้มด้วยความภูมิใจ การแสดงของฉันสามารถทำให้ผู้ชมระลึกถึงพ่อ เกิดความซาบซึ้งใจในพระคุณพ่อ ความคิดฉันยังโลดแล่นต่อไป... ไม่ว่าฉันจะมีบทบาทเป็นอะไรก็ตาม ฉันจะประกอบคุณงามความดี ทั้งทางกายวาจาใจ ถึงแม้ว่าจะไม่มีพ่อ...ฉันเป็นคนดีที่สมบูรณ์แบบได้ค่ะ

น.ส.เกศรา พันผูก ม.4 ร.ร.พุทธิรังสีพิบูล จ.ฉะเชิงเทรา

หน้า 27

คัดลอกจาก http://news.buddyjob.com

ที่มา: มติชน

No comments: