Friday, June 29, 2007

วาทะพัฒนา

พ่อบอกว่าพัฒนาการทางการสื่อสารทั้งคำพูด และอารมณ์ ของลูกคิดเกินอายุ เร็วกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกันมาก คำบางคำ ประโยคบางประโยคที่ลูกคิดนำมาใช้ ถูกสถานการณ์ ดูเหมือนจะรู้เรื่องเป็นผู้ใหญ่ (ทั้งที่จริงไม่รู้ความหมาย แต่สื่อได้จากอารมณ์ของคนรอบข้าง) หลายๆ คนถึงกับหลุดปากว่า "ดูสิดูลูกคิดพูด" ไม่พูดเปล่า สีหน้าท่าทาง แสดงออกได้ตามอารมณ์ของวาจาที่เปล่งมาซะด้วย อย่างนี้ภาษาชาวบ้านๆ เค้าเรียกว่า "แก่แดด"

  1. "เบื่อแล้ว เฮ่อ! ไม่อยากจะเชื่อเลย" เวลาบอกให้ใครทำอะไรแล้วเค้าไม่ทำตาม เช่น บอกต้นหม่อนให้เล่นของเล่นอย่างหนึ่ง แต่ต้นหม่อนไม่ฟัง ไปหยิบของเล่นชิ้นอื่น
  2. "แม่อยากมีอะไรจะคุยกับลูกคิดมั้ยคะ" ใช้ตอนที่แม่จดจ่อกับละคร หรือรายการทีวี มากเกินไป จนลูกคิดทำเสียงดังยังไง แม่ก็ไม่สนใจ แม้แต่จะหันมาดุ
  3. "แล้วแม่สนใจหนูบ้างหรือเปล่าล่ะ" แม่คุยกับป้าแตหน้าบ้านนานเกินไปแล้ว ลูกคิดอยากกลับเข้าไปเล่นในบ้านค่ะ
  4. "เหม็นหน้าพ่อไง" หยอกล้อพ่อเล่นนะคะ
  5. "เดี๋ยวตบปากเลย" ลูกคิดใช้ครั้งเดียวเอง ตอนไปงานบวชที่วัดเบญจมบพิตร แม่บอกว่าแค่คำพูดนี้ ทำให้แม่เหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง ก็แม่ห้ามเล่นโทรศัพท์ เพราะว่าเสียงดังรบกวนพิธี ลูกคิดพูดคำนี้ใส่แม่ ท่ามกลางผู้คนมากมายที่มาในงาน
ดูว่าพ่อและแม่จะเป็นกังวลมากๆ กับพัฒนาการเรื่องนี้ของลูกคิด แม้พ่อเองจะเคยบอกว่า แบบที่ลูกคิดเป็นอยู่ตอนนี ้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เห็นได้ในเด็กส่วนใหญ่ เพียงแต่ต้องอายุมากกว่านี้ซักหน่อย หรืออย่างน้อยก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้วนั่นแหละ

หมายเหตุของพ่อ: ไม่มีโครงการใดที่จะยิ่งใหญ่และยาก เท่ากับการเลี้ยงดูลูกในยุคนี้สมัยนี้อีกแล้ว ทั้งต้องกังวลเรื่องทุนรอนที่ไม่มีจบสิ้น ผลตอบแทนระยะสั้นต่ำ ตัวโครงการผันผวน (dynamism) สุดๆ แทบจะตลอดเวลา ปัจจัยภายนอกว่าเยอะ ปัจจัยภายในก็มิใช่น้อย ความคาดหวังไม่เลิศหรู แค่เอาตัวรอดได้ก็พอ จะละทิ้งหรือหนีโครงการไม่ได้เลย

สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ นี่คือบทพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่ของตัวเอง และที่สำคัญ เป็นความภาคภูมิใจสูงสุด เพียงแค่ได้ทำ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร

No comments: