Thursday, May 31, 2007

ก้าวแรกของลูกคิด

ข่าวทีวีช่อง 11 เมื่อเช้านี้ เห็นน้องที่เป็นเด็กฝรั่ง มีการแข่งขันคลานเร็วไปหาคุณแม่ ใครถึงก่อนชนะ มีน้องคนหนึ่งท่าคลานขำดีค่ะ น้องเค้านอนแล้ว "กระดื๊บๆ" เอา ไม่ได้คลานอย่างเด็กทั่วไป พ่อกับแม่บอกว่าเหมือนท่าว่ายน้ำ "ว่ายกบ" จบข่าวพ่อกับแม่ก็คุยกันถึงพี่ฟ้าว่า ไม่ได้คลานปกติเหมือนกัน ท่าคลานของพี่ฟ้า คือ สองแขนคลานปกติ แต่ไม่ชันเข่า ใช้ก้นข้างหนึ่งไถไปกับพื้นแทนหัวเข่าทั้งสองข้าง แถ็กๆ



เด็กแต่ละคนก็มีอะไรแตกต่างกันไป ของลูกคิดนี่ ท่าคลานปกติ แต่ตอนจะเดินไม่เคยตั้งไข่ แม่บอกว่าจับให้ตั้งไข่หัดยืนทรงตัวก็ทรุดก้นลงนั่งตลอด ไม่ยอมทำเอาเลย แต่วันที่เดินได้ลูกคิดก็ปาเข้าไป 1 ขวบกับเกือบจะ 2 เดือนแล้วค่ะ แรกก็เริ่มจากโผไปโผมาระหว่างพ่อกับแม่ที่นั่งห่างกัน 2 ก้าวก่อน พอเห็นลูกคิดสนุกไม่ยอมเลิก พ่อกับแม่ก็ถอยห่างออกจากกันทีละนิด จนลูกคิดเดินได้ในไม่กี่นาทีนั้นเอง มีล้มบ้าง แต่ก็ไม่ได้เจ็บตัวอะไร อีก 2-3 วันต่อมา ลูกคิดก็เดินคล่องแล้วค่ะ แม่ให้พ่อถ่าย vdo เก็บไว้ด้วยนะคะ แถมดีใจตะโกนบอกเพื่อนข้างบ้านเสียงดังเชียว

ก้าวแรกของลูกคิด เป็นวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

Tuesday, May 29, 2007

ต้นทุนเลี้ยงลูก

ในวงสนทนาระหว่างมื้อเย็นของสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง แหะๆ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ก็พ่อกับแม่ของลูกคิดเองน่ะค่ะ
แม่ : แม่ว่าเลี้ยงลูกคนนึงกว่าจะส่งเสียจนเรียนจบปริญญาตรี สงสัยคงต้องใช้เงินเป็นล้าน?
พ่อ : โอ้ย! ไม่ใช่หรอกแม่ มากกว่านั้น สมัยนี้ต้องพูดว่าเป็นหลักสิบล้านแล้ว ไม่ใช่แค่ล้านสองล้าน

ได้ยินพ่อเอ่ยคำว่า 'ต้นทุน' บ่อยๆ ลูกคิดสงสัยจังหน้าตามันเป็นยังไง แม่ไม่เคยบอกว่าแม่วางกระถาง 'ต้นทุน' เอาไว้ที่ไหนของบ้าน แม่ปลูกต้นไม้หลากหลายพันธุ์ มีโอกาสข้ามไปซอยช้างทีไรได้ต้นไม้ใหม่มาทุกที เอ!แล้วเจ้า 'ต้นทุน' มันเป็นยังไงนะถึงจะต้องเอามาเลี้ยงลูกคิดเนี่ย แต่มันต้องดีมีคุณค่ามากแน่ๆ เพราะจับใจความจากคำของพ่อ ใครๆ ก็ต้องใช้ 'ต้นทุน' ในการเลี้ยงลูกทั้งนั้นเลย


"แม่จ๋า เสาร์-อาทิตย์นี้ ลูกคิดจะช่วยแม่ปลูกต้นทุนให้เต็มบ้านเลยดีมั้ยจ๊ะ"

Saturday, May 26, 2007

พ่อขอทดสอบ Embeded Slideshow

ลูกคิดครับ โพสต์นี้พ่อขอทดสอบ Embeded Slideshow จาก Picasaweb หน่อยนะครับลูก



Wednesday, May 23, 2007

เขียน ก ไก่ ข ไข่ ทำไมยากจัง


ไม่เข้าใจเลยว่าเวลาที่แม่สอนให้เขียน ก ไก่ ข ไข่ แล้วลูกคิดทำไม่ได้ ทำไมแม่ต้องหงุดหงิดขนาดนั้น รู้แต่ว่าอะไรที่แม่ให้ทำแล้วมันยาก ลูกคิดทำไม่ได้ ลูกคิดก็ไม่อยากทำ เพราะมันไม่สนุกเลยค่ะแม่ แต่ลูกคิดก็ได้พยายามลองทำตามแม่บอกอย่างน้อยก็ 1 ครั้ง ตอนนี้ลูกคิด 2 ขวบ กับอีกเกือบ 5 เดือน บางทีตอน 2 ขวบ 6 เดือน 7 เดือน 8 เดือน 9 เดือน 10 เดือน ...3 ขวบ หรือ 4 ขวบ ลูกคิดอาจจะเขียน ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก A ถึง Z ได้แล้วก็ได้นะ หรือแม่ว่าช้าเกินไปคะ แต่ถ้าลูกคิดยังเขียน ก ไก่ ไม่เป็น แม่จะยังสอนลูกคิดมั้ยคะ

ตอนนี้ลูกคิดอาจจะไม่เข้าใจในความหวังดี แต่ซักวันหนึ่ง ลูกคิดคงจะเข้าใจแม่มากขึ้นค่ะ

Tuesday, May 22, 2007

ตัวต่อเลโก้

ช่วงนี้ลูกคิดชอบขีดชอบเขียนและระบายสี ง่วนได้ทั้งวัน ถ้าอยู่บ้าน ต้องเห็นลูกคิดเดินถือสมุดระบายสี หรือแบบฝึกหัดของเด็กก่อนวัยเรียน อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังชอบดูการ์ตูนเพลงเด็ก ชอบร้องเพลงมากด้วยค่ะ โดยเฉพาะเพลง 'รักเธอ' ของพี่โต๋

สัปดาห์ก่อนแม่ได้ของเล่นใหม่ที่แถมมากับนมกล่อง 7 แพ็ค (จริงๆ ต้องซื้อถึง 9 แพ็ค แต่แม่ก็ไปตื้อมาจนได้ ขอบคุณนะคะแม่) เป็นตัวต่อแบบเดียวกับเลโก้ มีไม่มากชิ้นนัก แต่สามารถต่อได้หลายรูปเหมือนกัน ตัวอย่างข้างกล่อง เป็น รถยนต์กับปั๊มน้ำมัน ลูกคิดชอบต่อเป็นรถไฟ ส่วนพ่อชอบต่อเป็นเครื่องบิน สนุกจังเลยค่ะ!

เมื่อวานได้ยินพ่อบอกกับแม่ว่า พ่อก็ชอบต่อเลโก้ด้วยเหมือนกัน แล้วมาเห็นลูกคิดชอบเล่นอย่างนี้ด้วย พ่อกะว่าเดือนหน้าให้เงินคล่องมือซักหน่อย จะหาเลโก้ซักชุดไม่ใหญ่ไม่เล็กให้ลูกคิดด้วย เย้! ดีใจจังเลยค่ะ ลูกคิดรออยู่นะคะพ่อ

Saturday, May 19, 2007

แม่อาบน้ำให้

พ่อบอกว่า สมัยนี้ดีที่มีทางเลือกในการเก็บบันทึกความทรงจำ เรื่องราวประทับใจ ลงสื่อต่างๆ มากมาย สามารถนำกลับมาดูได้ง่าย แต่บางครั้งมันก็มีเยอะเกินไป จนเป็นปัญหาสำหรับคนจัดเก็บ (พ่อรับผิดชอบเรื่องนี้)


แม่บอกว่า ชอบเลี้ยงลูกคิดตอนเป็นทารกแรกเกิด เลี้ยงง่ายมาก ลูกคิดไม่ขี้แย ไม่โยเย แต่ทำไมยิ่งโตยิ่งเลี้ยงยากขึ้น ทุกวันนี้เวลาแม่ไม่พอใจหรือโมโหมากๆ ลูกคิดอยากให้แม่คิดถึงภาพ ความทรงจำ ในอดีตเหล่านั้น พ่อเองก็แนะนำแม่เสมอว่าให้ใช้วิธีนี้ เวลาที่ลูกทำอะไรผิด และแม่กำลังจะตีลูก มีครั้งหนึ่งแม่โมโหลูกมากๆ ถึงกับงอนไม่พูดกับลูกคิดเลย พ่อเลยถามแม่ว่า "แม่ไม่รักลูกเหรอ"

แม่คนเดียวที่ทุ่มเททำให้ทุกอย่างเลย ตั้งแต่ลูกคิดเกิดมา และคงตลอดไปจนกว่า...ไม่รู้เมื่อไหร่
แล้วซักวันหนึ่ง ลูกคิดคงได้มีโอกาสทำอะไรเพื่อแม่บ้าง

ลูกคิดรักพ่อ ลูกคิดรักแม่ ลูกคิดจะอยู่กับพ่อกับแม่ เราอยู่ด้วยกันนะคะ

Wednesday, May 16, 2007

สวนสาธารณะ

วัยอย่างลูกคิด คงยังไม่เหมาะกับพิพิธภัณฑ์ อุทยานวิทยาศาสตร์ หรือห้องสมุดซักเท่าไหร่นักนะคะ สวนสาธารณะที่มีสนามหญ้ากว้างๆ ให้วิ่งเล่น มีเครื่องเล่นสำหรับเด็ก หรือสวนสัตว์ที่มีสัตว์แปลกตาให้ดูมากมาย น่าจะเหมาะกว่า

เคยได้ยินพ่อกับแม่ว่าอยากพาลูกคิดไปสวนสาธารณะ (เพราะว่าบ้านเราเป็นทาวน์เฮ้าส์ไม่ใช่บ้านเดี่ยว ไม่มีบริเวณสำหรับปลูกต้นไม้มากมาย ไม่มีที่ให้ลูกคิดวิ่งเล่นมากนัก) 2-3 แห่งเท่าที่จำได้ก็มี

สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

ในเมืองใกล้ที่ทำงานเดิมของแม่ คืออยู่ด้านหลังของสวนจตุจักร พ่อกับแม่บอกว่าที่นี่สนามหญ้ากว้างมาก มีเครื่องเล่นเยอะแยะ มีจักรยานให้เช่าขี่เล่นรอบๆ สวน คล้ายๆ กับอุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก(วัดเฉลิมพระเกียรติ) ที่ลูกคิดเคยไป แต่คนจะเยอะเพราะมีกิจกรรมหลากหลายกว่า ตอนเย็นมีครูมานำเต้นแอโรบิก มีผู้ใหญ่มาเล่นฟุตบอลกันมากมาย มีสนามบาสเก็ตบอล มีเครื่องเล่นมากชิ้น และแถมยังมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กอีกต่างหาก

สวนหลวง ร.๙

อยู่แถวอ่อนนุชซึ่งไกลจากบ้านเราค่อนข้างมาก ถ้าจะไปต้องเตรียมพร้อมและตั้งใจมากทีเดียว พ่อกับแม่ก็ยังไม่เคยไปเลย ช่วงที่เหมาะจะไปมากที่สุด ก็คือต้นเดือนธันวาคม ซึ่งภายในสวนจะมีการจัดงาน "พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙" คนชอบถ่ายรูปจะไปกันประจำ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ดอกสีสันงดงามหลากหลาย ลูกคิดก็ชอบดอกไม้มากค่ะ

สวนเบญจกิติ

อยู่ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เป็นโรงงานยาสูบเดิม เนื้อที่กว้างมาก มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นสวยงาม ต้นไม้ใหญ่น้อยนานาพรรณ มีบึงน้ำขนาดใหญ่ด้วย ที่นี่ไปได้ไม่ยากนัก เดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดินได้สะดวก หยุดเสาร์อาทิตย์ไหนว่างๆ พ่อคงได้พาลูกคิดกับแม่ไปวิ่งเล่นนั่งเล่นกัน แม่เองก็บ่นอยากไปมานานแล้ว "วันหยุดไหนพ่อไม่เหนื่อยมากนักพาลูกคิดไปนะคะ"

อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ติดกับวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร

ลูกคิดไปมาไม่ต่ำกว่า 4 ครั้งแล้ว เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก (แต่ก็ต้องมีรถยนต์ส่วนตัวถึงจะสะดวก) ลุงป้าน้าอาเพื่อนพ่อกับแม่พาไปครั้งหนึ่ง ส่วนที่เหลือไปรถป้าหมวย พร้อมด้วยพี่ฟ้า พี่ปลาดาว และพี่เมฆ ทุกครั้งพวกเราวิ่งเล่นกันสนุกสนานมาก บางครั้งก็ให้อาหารปลาในแม่น้ำเจ้าพระยา เล่นเครื่องเล่นของเด็กๆ (มีเครื่องออกกำลังกายสำหรับผู้ใหญ่ด้วยนะ) มีโอกาสลูกคิดก็อยากไปอีกบ่อยๆ ค่ะ

ใครมีที่ไหนน่าสนใจก็รบกวนแนะนำด้วยนะคะ

Monday, May 14, 2007

ตาแดงๆ

ลูกคิดมีขี้ตาแฉะที่ตาขวามากกว่าปกติมา 2 วัน วันนี้พ่อกับแม่เลยพาไปหาคุณหมอ เพราะกลัวจะเป็นตาแดง แม่เองก็เส้นเลือดฝอยในตาซ้ายแดงมาก่อนหน้าลูกคิดซะอีก (พ่อแซวว่าซอสเย็นตาโฟเข้าตาแม่รึเปล่า..อิอิ) เมื่อเมษายนปีที่แล้ว ลูกคิดก็ตาซ้ายอักเสบ จนใครเห็นก็ถามว่า "ไปโดนใครต่อยมาจ๊ะ" ดูจากรูปก็สมควรโดนถามนะ



หลังจากถึงหมอ พ่อเสียตังค์ ได้ยาหยอดตามากันทั้งแม่ทั้งลูก หมอบอกว่าลูกคิดเป็นตาแดง ส่วนแม่เป็นต้อลมอักเสบ
(โรคที่แม่เคยเป็นบ่อยเมื่อยังสาว) เจอหน้ากันก็แลบลิ้นออกมายาวๆ นะคะ

Saturday, May 12, 2007

ก๊วนเรา...พี่น้องรักกัน

"แนะนำสมาชิกก๊วน...พวกเราพี่น้อง ขอสัญญาว่าจะรักและดูแลกันตลอดไป"


อาแพรว "ฉลาด รักน้อง" / พี่ฟ้า "เข้ม ขำ"



อาพีพี "มิสเตอร์บีน"



พี่ปลาดาว "คุณนายดาว"



พี่เมฆ "หนุ่มขี้อ้อน มากบุคลิก"



ลูกคิด "...เองครับพี่น้อง"


ปล. ภาพจากทริปหาดแม่รำพึง

Friday, May 11, 2007

ส้มตำ

ตำไทยมั้ยคะ แซ้บแซ่บ ลูกคิดตำเองด้วยนะ

Blog-Tag ของพ่อ

"พ่อเคยเขียน blog-tag ในที่ทำงานของพ่อเอาไว้ แม่บอกว่าถ้าโตขึ้นอยากให้ลูกคิดได้อ่านจัง แม่อ่านแล้วซึ้งและประทับใจมาก"

blog-tag คืออะไร? ลูกคิดคัดลอกคำอธิบายมาจาก gotoknow ที่เค้าอธิบายไว้ประมาณนี้นะคะ

1. บันทึกเรื่องเกี่ยวกับตัวเราที่คิดว่าคนอื่นยังไม่ทราบมา 5 ข้อ
2. tag คนที่เราอยากรู้จักมากขึ้นต่ออีก 5 คน
3. แจ้งทั้ง 5 คนให้ทราบว่าถูก Tag แล้ว
4. ติดป้าย(คำหลัก) ว่า blog tag และชื่อของคนที่เรา tag ต่อ
5. และ 5 คนนั้น ก็ต้องเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเองต่อ และ tag ต่ออีกคนละ 5 คน


Blog-Tag สนั่น
Filed under: General — snakk @ 11/01/2007 1:06 pm

น้องภักดีเค้าเกิดวันที่ และเดือนเดียวกันกับผมเลยแฮะ

ส่ง tag ก่อนครับ

- พี่ปิงปอง : แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยูครับพี่
- คุณบาส : แข่งบาสฯ กีฬาสีบริษัทฯ ปีล่าสุดเค้าคนนี้ขโมยบอลจากผมเยอะมาก
- พี่ต๋อง : วิศกรสาขาโคราช ทำงานหนัก รักครอบครัว
- ก้อง : วิศวกรระบบ เลือดใหม่ ความหวังของ NC
- ปรีชา : ผมนับถือในความเป็นนักสู้(งาน) ของวิศวกรสาขาทุกคน ชาก็ด้วย

ตอนแรกตั้งใจจะเขียนสั้นๆ ให้กระชับแบบมาร์ค แต่ถ้าทำอย่างนั้นดูเหมือนจะเอาเปรียบคนอื่น โดยเฉพาะน้องๆ TI ก็เลยออกมาประมาณนี้ครับ

1. พ่อเป็นคนกรุงเทพฯ เชื้อสายจีน จบ ป.4 เคยรับเหมาก่อสร้าง แต่ปัจจุบันรับจ้างเขา แม่เป็นคนสามพราน นครปฐม เชื้อสายไทยปนจีน จบเกือบ ป.4 เคยมีอาชีพทำนา ทำสวน กรรมกรก่อสร้าง แม่ค้า แต่ปัจจุบันดูแลฟ้า เมฆ และปลาดาว (หลาน)
เดิมใช้แซ่เฮ้ง ที่ผมมักจะอำใครต่อใครว่าบรรพบุรุษของผม คือ เฮ้งบ่อกี้ แต่ตัวละครเอกในนวนิยายจีนกำลังภายในสุดโปรดของผม คือ … (มาทายกันขำขำครับพี่น้อง)

สมัยเรียนประถม โรงเรียนอยู่ใกล้บ้านแค่ 50 เมตร ครู อาจารย์ กระทั่งภารโรงทุกคนรู้จักแม่และพวกเราลูกๆ หมดทุกคน แถมเรียกแม่ผมว่า “เจ๊” อีกต่างหาก ก็บ้านเป็นร้านขายอาหารตามสั่งอ่ะ ตอนนั้นไม่ชอบเลย แต่เดี๋ยวนี้กลับอยากมีธุรกิจแบบนั้นแหละ

ส่วนตัวเป็นคนไม่ใช่ไม่เชื่อเรื่องโหราศาสตร์ซะทีเดียว แต่ก็จะไม่ยอมเปลี่ยนชื่อตัวเอง ที่มีตัวอักษรที่เป็นกาลกิณีอยู่ถึงสองตัวเป็นอันขาด(ให้ตายสิเอ้า)


2. กีฬาเป็นสรณะในวัยเด็กจนวัยรุ่น ทำให้ไม่แตกแถวเสียคน แม้ครอบครัวจะค่อนข้างจนแต่ไม่มาก แม่เองต้องอดทนเป็นหนี้สินนานนับสิบปี เพื่อการศึกษาของลูกๆ ทั้ง 5 คน การประคับประคองครอบครัวของพวกเรา คือ พี่น้องใช้การเรียนแบบสลับฟันปลา …ฮา แต่จริง (แต่ฟันปลาของคนเป็นพี่มันก็ซี่ใหญ่มาก)

สมัยเรียน ปวช.2-3 ผมมีเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นสำหรับใส่เรียนแค่ 2 ตัว กับกางเกงสีกรมท่ามือสอง (ขอเพื่อนพี่ชายมา) อีก 1 ตัว เป็นอย่างนี้อยู่สี่เทอม แต่โชคดีที่เรียนสายช่าง ลง shop สัปดาห์ละ 2 วัน (ใส่เสื้อยืดกับเอี๊ยม) บวกกับเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ก็ซกมกพอกัน (ทุกคน รวมทั้งอาจารย์ ชินกลิ่นเหงื่อและคาวเกลือเจือปนกันคละคลุ้ง)

เรื่องประทับใจเกี่ยวกับหนี้สินที่จำได้ คือ โดนเพื่อนพ่อที่พ่อยืมเงินมา จะยึดทีวีสีเครื่องแรกของครอบครัวกลับไป เพราะพ่อไม่มีเงินจ่ายหนี้ เดือดร้อนถึงเครดิตของพี่ชายต้องไปขอยืมเงินเถ้าแก่มาใช้หนี้ เพื่อมีทีวีดูต่อไป (แน่นอนล่ะว่า ทีวีเครื่องนั้นไม่ใช่ Toshiba…….)

ผมเล่นกีฬาตั้งแต่ประถม เป็นนักกีฬาแฮนด์บอลสีฟ้า โตมาหน่อยเตะบอลพลาสติก เล่นทุกเช้าจนเหงื่อโทรมก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติและหลังเลิกเรียน พอ ม.3 เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลโรงเรียนทวีธาภิเศก (ขอเอ่ยชื่อเพื่อเป็นการให้เกียรติสถาบัน) พอ ปวช. นี่เล่นทั้งบาสฯ ฟุตบอลสนามใหญ่ และโกล์รูหนู (สมัยนั้นยังไม่มีฟุตซอล) กรีฑาประเภทลู่ วิ่งผลัด 4×100 เมตร เป็นตัวแทนแผนกช่างอิเลคโทรนิคส์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ (สมัยนั้นนิยมเรียก เทคนิคไทย-เยอรมัน) ทุกประเภทลงแข่งกีฬาภายในของวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพราะเก่ง แค่พอเล่นเป็น แต่ที่ติดเพราะในแผนกฯ คนเล่นกีฬามีไม่มากนัก แต่ชีวิตก็สนุกกับการ(โดด)เรียนและกีฬา

ภูมิใจในเกียรติประวัติกับทีมฟุตบอลที่ตั้งชื่อทีมได้โดนใจผู้ชม คือ
“ก้าวแรกของสนั่นและเพื่อน” ลงแข่งฟุตบอลโกล์รูหนูสมัย ปวช.3
“ปิศาจแมว” ลงแข่งฟุตซอลภายในบริษัทฯ ในเครือ UCOM มีปีเตอร์เป็นหัวหอก

เรื่องที่บอกแล้วคงไม่ค่อยมีใครเชื่อ ตอน ปวช.3 ผมเป็นตัวแทนแผนกฯ ขึ้นชกมวยสากลสมัครเล่นภายในสถาบันฯ รุ่นที่ชกคือเฟเธอร์เวท แต่น้ำหนักตัวจริงๆ 63 กก.เศษ (ใช้เวลาลดน้ำหนัก 1 สัปดาห์ บักโกรกสุดๆ เลยครับ) แพ้ TKO คนที่เป็นแชมป์ปีนั้นตั้งแต่รอบแรกแต่เป็นยกที่สองจากสามยก ผลพวงคือ ลูกนัยตาซ้ายช้ำเลือดอยู่นานกว่าสัปดาห์ พร้อมกับคำขาดให้เลิกชกมวยจากแม่ (แม่ไม่ต้องสั่ง ผมก็ไม่เอาอีกแล้วล่ะ) แต่ภูมิใจในความใจกล้าของตัวเอง ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะกล้าขนาดนั้น

กีฬาเป็นยาวิเศษ แต่อย่าเชื่อผม ต้องลองเองแล้วจะติดใจ


3. การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตตัวเองด้วยตัวเองครั้งสำคัญของชีวิต คือ การเดินหันหลังให้กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ (ที่สจพ. นั่นแหละ) ระหว่างรอสอบสัมภาษณ์ เมื่อตัดสินใจอย่างนั้นแล้ว ผมเดินกลับออกมาโดยไม่มีใครรู้เลย (เพื่อนที่ติดด้วยกันก็ไม่ทันเห็น) ภูมิใจในความเด็ดเดี่ยวของตัวเองครั้งนั้นมาก ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยรู้สึกผิดหรือโทษตัวเองอีกเลยในการตัดสินใจทุกครั้ง โดยเฉพาะกับเรื่องที่ส่งผลโดยตรงกับตัวเอง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง

มีเรื่อง ฮาฮา ขำขำ เท่าที่จำได้เล่าให้ฟังเป็นไฮไลต์เล็กน้อยประมาณนี้ครับ

- หัวใจเต้นแรง หน้าแดงที่สุด ก็ตอนสาวพาณิชย์ ปวส.1 ที่เราเด็กช่าง ปวช.3 เฝ้าแอบมองมาตลอดเดือนที่มีโอกาสเจอกันทุกวัน แต่ไม่เคยแม้แต่จะยิ้มให้ ดันมายิ้มตอบเราในวันสุดท้ายก่อนจาก พอตอนกลับบ้านมาเจอกันอีกทีที่ป้ายรถเมล์หน้าห้างมาบุญครอง (ผมไปทำงานช่วงปิดเทอมออกบู๊ตขายหนังสือที่อาคารนิมิบุตร) ควงแฟนหนุ่มหล่อเท่ห์แกล้งมานั่งรอรถเมล์ติดกับเราอีก …ดอกทิชชู่บานสะพรั่งไปทั้งสี่ห้องหัวใจนายสนั่น…

- เฉิ่ม เปิ่นมากๆ ม.3 ชั่วโมงเกษตรวันหนึ่ง ตอนอาจารย์เดินเข้ามาในห้องเรียน แล้วถามประชดเด็กทั้งห้องเกือบ 50 คน ที่ช่วยกันคุยลั่นสนั่นทุ่งว่า “พ่อใครอยู่แอฟริกา” เด็กเรียนอย่างเราเงยหน้าจากหนังสือแล้วชูมือขวาสุดเหยียด ในใจก็คิดว่าพ่อที่ไปทำงานอยู่ที่แอลจีเรีย มีอะไร ทำไมไม่ติดต่อไปที่บ้านล่ะ อาจารย์: ??? เพื่อน: ??? สนั่น: ???

- เหงื่อออกมากที่สุดยิ่งกว่าออกกำลังกายหรือเล่นกีฬากลางแจ้ง ก็ครั้งแรกที่ปีนหลังคาบ้านลูกค้าที่เป็นบ้านไม้หลังคาเป็นสังกะสีผุๆ เต็มไปหมด เพื่อจะขึ้นไปติดตั้งเสาอากาศทีวี(ต้นแรกในชีวิตด้วย)

- เลือดออกมากที่สุดก็ตอนโดนกลุ่มสุนัขอาราม(หมาวัด) รุมกัดเราเด็ก 4 ขวบคนเดียวเละ จำได้แค่ว่าเป็นวัดที่ราชบุรี เลือดโทรมกาย อีกครั้งใกล้เคียงกันก็ตอนเป็นวัณโรค ไอเมื่อไหร่โลหิตกระฉอกเป็นลิ่มๆ (แต่อย่ากลัวจะเข้าใกล้นะครับ เพราะนานเกือบจะ 20 ปีมาแล้ว)

- เวิ้งว้างสุดๆ ตอนไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล(ก็เป็นวัณโรคนั่นแหละ) อยู่อาคารผู้ป่วยรวม เช้าวันหนึ่งลุงเตียงข้างๆ ที่เราเพิ่งถามแกว่า ลุงกินข้าวหรือยัง เมื่อกี้เอง อยู่ๆ ก็หยุดหายใจจากไปต่อหน้าต่อตา วันนั้นจำไม่ได้ว่าเดินรอบโรงพยาบาลไปกี่รอบกว่าจะกลับมาที่เตียง มิหนำซ้ำ ตกดึกลุงเตียงถัดไป แกร้องโหยหวนประมาณว่า “ฉีดยาให้ผมตายไปเถิดหมอ…” ร้องทั้งคืน นอนไม่หลับเลยตู มารู้จากพยาบาลตอนเช้าว่าแกเกิดอาการอยากยา (ติดเฮ)

- น้ำตาไม่ไหล แต่เศร้าจับใจสุดๆ ตอนที่เป็นคนไปรับศพน้องชายออกจากโรงพยาบาล ผมใช้เวลายืนมองร่างไร้วิญญาณของน้องอยู่กว่า 10 นาที ระหว่างที่รอพระและเจ้าหน้าที่ โดยที่เงยหน้าก็เห็น “ฟ้า” ก้มหน้าก็เห็น “ปลาดาว” ฟ้ากับปลาดาวเป็นชื่อหลาน(ลุง)ของผมเองครับ


4. ให้สังเกตประกายในดวงตาของผม ในช่วงนี้นะครับ

“ลูกคิด” หรือ “lookkid” ผมตั้งให้ลูกสาวเอง โดยความตั้งใจว่าต้องเป็นภาษาไทย (ภาษาไทยหรือภาษาประจำชาติทุกภาษา ผมว่ามันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่สำหรับมวลมนุษย์จริงๆ) กำหนดคลอด 7 มกรา แต่หมอบอกผ่าได้ตั้งแต่ 24 ธันวา เป็นต้นไป กับแฟนผมไปดูปฏิทินจีนในร้านที่ตลาด ขอดูหน่อยครับวันไหนดีที่สุดในช่วงก่อนปีใหม่ (แต่ 26 ธันวา คงไม่ใช่วันดี เพราะเกิดสึนามิ) เจอแล้วพฤหัสบดีที่ 30 ธันวา ปฎิทินจีนบอกว่าเป็นวันธงชัย เล่าไปเล่ามาไหงออกนอกเรื่องชื่อซะแล้ว แต่สรุปว่าโดนผ่าซะก่อนวันธงชัย 1 วัน เพราะ “ลูกคิด” อ่อนเพลียหยุดดิ้นก่อนวันนัด 2 วัน ไปหาหมอวันที่ 29 ธันวา เลยโดนจับผ่าซะวันนั้น

กลับมาเรื่องชื่อ ประมาณวันที่ 23-24 ธันวา ผมก็คิดแล้วคิดอีก คิดไม่ออกซักทีคิดอยู่นั่นแหละ ชื่อไรดีหว่า จนเหนื่อย เฮ้อ! พ่อไม่คิดแล้วให้ลูกคิดเอาเองก็แล้วกัน นั่นคือที่มาของ “ลูกคิด” ส่วนภาษาอังกฤษไม่ได้ตั้งใจให้ตรงกับคำที่เขียนแบบนี้ “lookkid” แค่ความบังเอิญ ลูกคิดมี gmail account ตั้งแต่อายุไม่ถึงขวบด้วยนะครับ

ผมเชื่อว่าเกือบทุกชีวิตใหม่จะเริ่มต้นด้วยความสดใส ประทับใจอย่างนี้เสมอ เมื่อรู้อย่างนี้ เราก็ไม่ควรทำให้ชีวิตหม่นหมองไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆ


5. ชีวิตการทำงาน ไม่เคยมีแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ที่มาได้จนทุกวันนี้เกิดจากความจำเป็นบวกกับเส้นทางชีวิตที่เลือกเองในแต่ละช่วงเวลา ความทรงจำแรกๆ กับคอมพิวเตอร์สำหรับผมคือ เมนบอร์ด XT, ดิสเก็ตต์ 5.25″, ดอส, เวิร์ดราชวิถี, เวิร์ดจุฬาฯ, โลตัส 1-2-3 และก็เครื่องพิมพ์ดอตเมตริกซ์ (ของลูกค้าครับ ไม่ใช่ของผมหรอก)

ไม่ใช่เรื่องดีแต่อยากบอก ผมเองได้แง่คิดอะไรหลายๆ อย่างเยอะมากจากวงเหล้า โดยเฉพาะกับหัวหน้า และเพื่อนร่วมงาน (ตอนเรียนไม่ค่อยดื่ม มาเสียคนเอาตอนทำงาน) ร้านอาหารเล็กๆ ในดวงใจที่ผมใช้เป็นบรรยาศแห่งการร่ำสุราประจำ คือ เค้กแอนด์โคน ที่ที่ผมกล้าขึ้นไปร้องคาราโอเกะบนเวทีเล็กๆ ในบรรยากาศอันอบอุ่นจากทุกคนในร้าน (ปัจจุบันไม่มีร้านแบบนี้ที่ไหนอีกแล้ว ก๊วนเราฉายา “กินร้านไหนร้านนั้นเจ๊ง”)

สิ่งที่กำลังทำ คือ พยายามลดรายละเอียดในชีวิตลงให้เหลือน้อยที่สุด โดยเฉพาะความคาดหวังกับลูก อยากเพียงแค่ให้เค้ามองอุปสรรคเป็นโอกาสในการเรียนรู้ชีวิต เพราะค่อนข้างมั่นใจเลยว่าลูกสาวผมคงไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายแบบลูกคนอื่นแน่ๆ พ่อจะปรนเปรอหนูด้วยความรัก ความเอาใจใส่ แต่ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง

เที่ยวหาดแม่รำพึง


ช่วงวันหยุดปิดเทอมใหญ่ของทุกปี ครอบครัวญาติๆ ทางพ่อมักจะพาลูกหลานอย่างพวกเราไปเที่ยวทะเลกัน และในปีนี้วันนั้นก็มาถึง วันที่ 29 เมษา ที่ผ่านมา เราพากันไปเที่ยวทะเลระยอง ณ หาดแม่รำพึงกัน พวกเราไปกันกลุ่มใหญ่ทั้งหมด 19 ชีวิต ยายนิภาก็ไปด้วย เพราะยายชอบเล่นน้ำทะเล(รวมทั้งชอบอาหารทะเล)

พ่อกับแม่มักจะรับหน้าที่เป็นคนหาที่พัก เพราะว่าพ่อทำงานอยู่กับอินเทอร์เน็ต มีโอกาสหาข้อมูลได้มากกว่าคนอื่น โดยเงื่อนไขคือ ที่พักต้องมีสระว่ายน้ำและอยู่ใกล้ทะเล อันนี้เพื่อลูกหลานอย่างลูกคิดและพี่ๆ โดยเฉพาะ สำหรับผู้ใหญ่ก็คือ ในบ้านพักต้องมีบริเวณส่วนกลาง เพื่อกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ของผู้ใหญ่ 7-8 คนได้สะดวก พ่อบ่นว่าหาอยู่นานจน 2 สัปดาห์ก่อนหน้าแทบไม่ได้ทำงาน เพราะมัวแต่หาข้อมูล แต่ก็ไม่ได้ถูกใจซักที

จนมาลงตัวที่บ้านสบ๊ายสบาย ถ้าดูจากเว็บไซต์ของรีสอร์ทเอง ก็ไม่ค่อยประทับใจนัก เพราะว่ารูปถ่ายน้อยเกินไป พ่อได้เห็นรูปถ่ายแนะนำสถานที่จากเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง ที่มีคนไปพักแล้วมาโพสต์ ทำให้ตัดสินใจเลือกที่นี่
โชคดีอีกต่อหนึ่ง คือ ป้าหน่อยพี่สาวของลุงป๊อกรู้จักกับเจ้าของบ้านสบ๊ายสบาย ทำให้ได้ลดราคาลงมาอีกเล็กน้อย ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนมากนะคะ ที่ทำให้พวกหนูได้ไปเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน


ประทับใจสถานที่พัก ตัวบ้านกว้างขวาง มีครัวแยกส่วน มีระเบียงและสนามหญ้าหน้าบ้านร่มรื่น มีสระว่ายน้ำหลังบ้าน S14 ที่เราพัก เป็นเหมือนสระส่วนตัวของพวกเราเลย ต้นไม้สวยๆ ใหญ่น้อยเต็มหมู่บ้าน บรรยากาศดีมากๆ อยู่ใกล้แหล่งอาหารทะเล (ผู้ใหญ่บอกว่าเที่ยวนี้กินคุ้มสมกับที่มาทะเล) เสียดายอย่างเดียวว่า ช่วงที่พวกเรามาเป็นช่วงพายุดีเปรสชั่นเข้า ทำให้ฝนตกหนักอยู่นาน ออกไปเล่นน้ำทะเลได้ไม่นานนัก แต่ก็สนุกมาก โดยเฉพาะพี่แพรวกับพี่ฟ้า รวมทั้งยาย ขำขำพี่เมฆจังขนาดว่า รถกลับมาจอดถึงหน้าบ้านที่กรุงเทพแล้ว ยังร้องไห้จะไปทะเลอีกเลย

สำหรับรูปถ่ายบรรยากาศความสนุกสนานของพวกเรา พ่ออัพให้แล้ว รวมทั้งรูปถ่ายของบ้านสบ๊ายสบาย เผื่อใครอยากดูก่อนตัดสินใจจะไปค่ะ

ปล. แนะนำที่พักทะเลระยอง